สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

คลื่นจากเสาสัญญาโทรศัพท์อันตรายจริงหรือ?

คลื่นจากเสาสัญญาโทรศัพท์อันตรายจริงหรือ?

คลื่นจากเสาสัญญาโทรศัพท์อันตรายจริงหรือ?

คลื่นจากเสาสัญญาโทรศัพท์อันตรายจริงหรือ? ประเด็นที่ว่า “คลื่นจากเสาสัญญาโทรศัพท์อันตรายจริงหรือ?” สร้างความสงสัยและมีหลายฝ่ายพยายามค้นหาคำตอบกันมานานแล้ว จนวันนี้...  การติดตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์ใกล้แหล่งชุมชน โรงเรียน และที่พักอาศัย ยังคงเป็นข้อกังขาของประชาชนอยู่ไม่น้อย เพราะชาวบ้านหลายคนต่างยืนยันว่าได้รับผลกระทบจากคลื่นไฟฟ้าของเสาสัญญาณโทรศัพท์ จนทำให้ทั้งตนเองและคนภายในครอบครัวต้องเจ็บป่วยและถึงขั้นเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็ง แต่ผลกระทบต่อสุขภาพของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ายังคงไม่ได้รับการยืนยันชัดเจนทางวิชาการ และอาการป่วยที่เกขึ้นก็ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ต่อกรณีดังกล่าวนี้ รวมถึงยังไม่มีการยอมรับว่าคลื่นไฟฟ้าจากเสาสัญญาณโทรศัพท์เป็นสาเหตุของการก่อโรคมะเร็ง

ทว่ายังมีนักวิชาการบางคนที่ยืนยันว่าผลกระทบต่อสุขภาพจากเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มีอยู่จริง จากการศึกษาวิจัยระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงานกสทช.) กับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในการลงพื้นที่สำรวจและวัคค่าระดับความแรงของการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเสาโทรศัพท์มือถือใน 5 ภูมิภาค อ้างว่า ข้อสรุปของผลการวิจัยตามมาตรฐานสากล ประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบสถานีวิทยุคมนาคมที่ทำการตรวจวัดมีความปลอดภัยจากการได้รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่แผ่ออกจากสถานีฐาน และการแผ่คลื่นไฟฟ้าจากเสาโทรศัพท์ในประเทศไทยยังถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่ได้อันตรายรวมถึงไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ และยังยืนยันว่าค่าระดับความแรงของสัญญาณที่ส่งออกมาจากเสาโทรศัพท์ รวมถึงผลการวิเคราะห์ค่าดูดซับพลังงานจำเพาะที่บริเวณศีรษะนั้นอยู่ในระดับที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล

ทั้งนี้ผลการวิจัยดังกล่าวมีผู้แย้งว่างานวิจัยไม่ครอบคลุม ไม่มีความชัดเจนทั้งทางด้านความปลอดภัยของชีวิตประชาชนและการอ้างอิง ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไม่อันตราย แต่ความจริงมีอันตราย ดร.สุเมธ วงศ์พานิชเลิศ นักวิชาการอิสระ ที่ทำการศึกษาค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลผลกระทบต่อสุขภาพจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ยืนยันว่า ปัญหาทางสุขภาพที่เกิดจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่แผ่ออกมาจากเสาสัญญาณโทรศัพท์ เกิดขึ้นจริง โดยผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้เสาและบริเวณใกล้เคียง จะมีอาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ วิงเวียนนอนไม่หลับ ความจำเสื่อม ขาดสมาธิ สั่นกระตุก และเศร้าสลด รวมถึงโรคมะเร็งตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ของผู้ที่อาศัยรอบเสาภายในรัศมี 350-400เมตรเป็นเวลานาน

ซึ่งอ้างอิงมาจากงานวิจัยของ Eger H et al.(2004) ว่าจะพบอัตราความเสี่ยงเพิ่มกว่า3เท่า และWolf and Wolf (2004) มีอัตราเสี่ยงเพิ่มถึง4.15เท่า นอกจากนี้กรณีดังกล่าวกลายเป็นข้อถกเถียงที่ไม่ยุติลงง่ายๆ นักวิทยาศาสตร์จำนวนไม่น้อย ได้เปิดเผยผลงานวิจัย ทั้งในเชิงระบาดวิทยา และการทดลองในสัตว์หรือเซลล์มนุษย์ จำนวนมาก

ซึ่งต่างทำให้เชื่อได้ว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าตั้งแต่ 0 Hz.ถึง 300 Ghz. แม้มีความแรงต่ำก็สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์ได้ทั้งสิ้น แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักจะให้การปฏิเสธ หรือยืนยันว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไม่น่าจะส่งผลกระทบหากมีระดับไม่เกินกว่าเกณฑ์สากลที่กำหนด หรือไม่ก็มักจะอ้างว่า การให้บริการมีความปลอดภัยดี จนกว่านักวิทยาศาสตร์จะสามารถชี้ถึงสาเหตุที่มาว่าอันตรายจากคลื่นกำลังต่ำมีผลทางชีววิทยาอย่างไร ทำให้เกิดมะเร็งจริงหรือไม่

อย่างไรก็ตามยังมีนักวิทยาศาสตร์อีกไม่น้อยเช่นกันที่ยังไม่ยอมรับว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามีผลต่อสุขภาพ และออกมาเผยแพร่หรือสนับสนุนงานวิจัยโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสรุปว่า คลื่นจากเสาสัญญาณหรือจากเครื่องโทรศัพท์ไร้สายยังไม่พบผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์ในระยะสั้น แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถยืนยันในผลกระทบระยะยาวได้ ทั้งนี้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะเป็นประโยชน์เมื่อเหมาะสม แต่จะเป็นโทษหากไม่มีการควบคุม เพราะยังไม่มีข้อสรุปของเรื่องดังกล่าวอย่างแน่ชัด จึงต้องมีการหาทางออกร่วมกันระหว่าง ผู้ประกอบการที่ติดตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์ ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนและกสทช. เพื่อหาข้อยุติและข้อตกลงที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ด้วย“

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/article/268617
view